ตอนที่ 1
1.1.การส่งสัญญาณ Multicast คือ
การถ่ายทอดสดสัญญาณภาพและเสียง
1.2.Proxy Server คือ
การนำเครื่องคอมพิวเตอร์มาตั้งเพื่อให้บริการแก่กลุ่มผู้ใช้ที่อยู่ในกลุ่มเดียวกัน
และกำหนดให้ผู้ใช้ทุกคนเรียกใช้ข้อมูล WWW ผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์นี้
1.3.สาย UTP (Unshielded Twisted Pair
) คือ
เป็นสายโทรศัพท์แบบพื้นฐาน twisted pair เป็นสายทองแดงธรรมดาที่ต่อตามบ้าน
คอมพิวเตอร์ของบริษัทไปยังผู้ให้บริการโทรศัพท์ การหุ้มฉนวนที่สายและพันเป็นเกลียว
เพื่อลดการรบกวนและการเหนี่ยวนำระหว่างสาย สัญญาณแต่ละสัญญาณบนสาย twisted pair ต้องการสายทั้งสอง ในการติดตั้งโทรศัพท์
หรือคอมพิวเตอร์แบบ multiple
connections ต้องการสาย twisted pair ตั้งแต่ 2 คู่ขึ้นภายในสายเดียวกัน
1.4.มาตรฐาน 802.11g
คือ
ใช้ความถี่ 2.4 GHz สามารถรับส่งข้อมูลที่ความเร็ว 36
- 54 Mbps ซึ่งเป็นความเร็วที่สูงกว่ามาตรฐาน 802.11b โดยมาตรฐาน 802.11g สามารถปรับระดับความเร็วในการสื่อสารลงเหลือ 2 Mbps ได้ตามสภาพแวดล้อมของเครือข่ายที่ใช้งาน
มาตรฐานนี้เป็นที่นิยมของผู้ใช้เป็นจำนวนมากและเข้ามาแทนที่ 802.11b ที่ความเร็วต่ำกว่า
1.5.Firewall คือ
เป็นระบบรักษาความปลอดภัยของระบบคอมพิวเตอร์แบบหนึ่งที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย
ซึ่งมีทั้งอุปกรณ์ Hardware และ Software โดยหน้าที่หลัก ๆ ของ Firewall นั้น โดย Firewall จะเป็นคนที่กำหนด ว่า ใคร(Source), ไปที่ไหน (Destination) , ด้วยบริการอะไร (Service/Port)
1.6.Cloud Computing คือ
การประมวลผลที่อิงกับความต้องการของผู้ใช้
โดยผู้ใช้สามารถระบุความต้องการไปยังซอฟต์แวร์ของระบบ Cloud Computing จากนั้นซอฟต์แวร์จะร้องขอให้ ระบบ
จัดสรรทรัพยากรและบริการให้ตรงกับความต้องการของผู้ใช้
โดยระบบสามารถเพิ่มหรือลดจำนวนทรัพยากรให้พอเหมาะกับความต้องการของผู้ใช้
1.7.(ISP) Internet Service Provider คือ
เป็นบริษัท
ที่ให้เอกชน และบริษัทเข้าถึงอินเตอร์เน็ต และบริการอื่นทีเกี่ยวข้อง เช่น
การสร้าง web site และ virtual hosting โดย ISP มีอุปกรณ์และสายการสื่อสาร
ที่เข้าถึงโดยต้องการ Point-of-Presence (POP) บนอินเตอร์เน็ต
สำหรับการให้บริการ ตามพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ ISP
1.8.Core Layer คือ
เป็นศูนย์กลางของระบบ network หน้าที่หลักของ Layer
คือทำสิ่งที่เรียกว่า Forward Packet โดยตัวมันจะรับ
Packet ที่อยู่ใน Layer ต่างๆมาแล้วทำการ
Forward ออกไป โดยบนตัวมันจะบรรจุเส้นทางหรือ Routing
Table เพื่อที่จะได้ทำการ Forward Packet ไปยัง
Network ต่างๆได้อย่างถูกต้อง
1.9.Star Topology คือ
เป็นรูปแบบที่เครื่องคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องที่เชื่อมต่อเข้าด้วยกันในเครือข่าย
จะต้องเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ตัวกลางตัวหนึ่งที่เรียกว่า ฮับ (HUB) หรือสวิตช์ (Switch)
1.10.สถาปัตยกรรม แบบ P2P (Peer to Peer) คือ
ไม่มีความหมายชัดเจนของอุตสาหกรรมจะมีมุมมองที่แตกต่างกันหรือความเข้าใจ
ส่วนใหญ่เห็นว่ารายละเอียดดังต่อไปนี้ P2P ทำให้อุปกรณ์เครือข่ายสามารถให้บริการกับอุปกรณ์เครือข่ายอื่น
ๆ
ตอนที่ 2
2.1. Fault tolerant คือ
อธิบายการออกแบบระบบคอมพิวเตอร์หรือส่วนประกอบ
ดังนั้นในเหตุการณ์ที่ส่วนประกอบล้มเหลว
ส่วนประกอบหรือกระบวนการสำรองสามารถเข้าแทนที่ทันทีโดยไม่สูญเสียการบริการ fault tolerant สามารถให้ได้โดยซอฟต์แวร์หรือฝังในฮาร์ดแวร์
หรือให้แบบผสม
2.2. Scalability คือ
สามารถปรับขนาดระบบได้ตามภาระงาน
2.3. Quality of Service คือ
การควบคุมพฤติกรรมต่างๆ
ที่เกี่ยวข้องของระบบเพื่อให้บริการที่มีคุณภาพ เช่น
มีการรับประกันเวลาที่ใช่ในการส่งข้อมูล การสูญหายของข้อมูลและ
คุณภาพของสัญญาณตามที่ได้กำหนดไว้
2.4Security
คือ
เป็นระบบรักษาความปลอดภัยครับ เช่น anti virus firewall ระบบการ
monitor network การพยายามหาจุดบกพร่องของระบบแล้วแก้ไข
การตรวจสอบตัวตนเพื่อให้เข้าใช้ได้เฉพาะผู้ได้รับอนุญาตเท่านั้น
ตอนที่3
OSI คือ (Open Systems Interconnection) เป็นคำอธิบายมาตรฐาน หรือ "reference model" (แบบจำลองอ้างอิง) สำหรับวิธีการส่งผ่านข่าวสารระหว่างจุด 2 จุดในเครือข่ายการสื่อสาร
เลเยอร์ 7 application layer, เลเยอร์นี้เป็นส่วนการสื่อสารได้รับการระบุ, คุณภาพการบริการมีการระบุ,
user authentication และส่วนบุคคลได้รับการพิจารณา
ข้อจำกัดบนไวยากรณ์ข้อมูล ได้รับการระบุ (เลเยอร์นี้ไม่ใช่การประยุกต์โดยตัวเอง
แต่บางโปรแกรมประยุกต์ อาจจะทำงานใน application layer)
เลเยอร์ 6 presentation layer, เลเยอร์นี้ เป็นส่วนของระบบปฏิบัติการที่แปลงข้อมูลนำเข้า
และส่งออกจากรูปแบบการนำเสนอไม่เป็นรูปแบบอื่น (ตัวอย่าง เช่น จากชุดข้อความ เป็น popup
window กับ ข้อความที่มาถึงใหม่) บางครั้งเรียกว่า syntax
layer
เลเยอร์ 5 session layer, เลเยอร์นี้ ตั้งค่า ประสานงาน แลกเปลี่ยน และหยุดการสนทนา
โต้ตอบระหว่างโปรแกรมประยุกต์ที่แต่ละจุดปลาย ซึ่งเกี่ยวข้องถึง session และการประสานเชื่อมต่อ
เลเยอร์ 4 transport layer, เลเยอร์นี้ จัดการตัวควบคุม end-to-end (ตัวอย่าง
เช่น การหาว่าแพ็คเกตทั้งหมดมาถึงครบหรือไม่) และตรวจสอบความผิดพลาด
เป็นการทำให้มั่นใจว่าการส่งผ่านข้อมูลสมบูรณ์
เลเยอร์ 3 network layer, เลเยอร์นี้ดูแลเส้นทางของข้อมูล (ส่งให้ถูกทิศทางไปยังปลายทางที่ถูกต้อง
ขณะที่ส่งผ่านออกไป และการรับ เมื่อส่งผ่านเข้ามาที่ระดับแพ็คเกต) network
layer ทำงานด้านเส้นทางและการส่งต่อ
เลเยอร์ 2 data-link layer, เลเยอร์นี้ให้การ synchronization สำหรับระดับกายภาค
และทำ bit-stuffing สำหรับข้อความของ 1 มากกว่า 5 เปิดการรับรู้และจัดการโปรโตคอลการส่งผ่าน
เลเยอร์ 1 physical layer, เลเยอร์นี้ส่งผ่าน bit system ผ่านเครือข่ายที่ระดับไฟฟ้าและกลไก
เป็นการให้วิธีการกับฮาร์ดแวร์ในการส่งและรับข้อมูลบนตัวกลาง
ตอนที่4
1.การใช้อุปกรณ์ร่วมกัน
2.การใช้โปรแกรมและข้อมูลร่วมกัน
3.สามารถติดต่อสื่อสารระยะไกลได้
4.สามารถประยุกต์ใช้ในงานด้านธุรกิจได้
5.ความเชื่อถือได้ของระบบงานของบริษัทได้อย่างโปร่งใส เป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับการดำเนินธุรกิจ
ถ้าทำงานได้เร็วแต่ขาดความน่าเชื่อถือก็ถือว่าใช้ไม่ได้ ไม่มีประสิทธิภาพ
ดังนั้นเมื่อนำระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ มาใช้งาน ทำระบบงานมีประสิทธิภาพ
มีความน่าเชื่อถือของข้อมูล เพราะจะมีการทำสำรองข้อมูลไว้
เมื่อเครื่องที่ใช้งานเกิดมีปัญหา ก็สามารถนำข้อมูลที่มีการสำรองมาใช้ได้
อย่างทันที
ตอนที่5
5.1 Ip Address = 118.0.0.0
-ต้องการแบ่งเป็น 126 subnet
-มีจำนวน host ที่ใช้งานได้ 131,070
Address
Class : A
Default
subnet mask : 255.0.0.0
Custom
subnet mask : 255.254.0.0
Total
Number of subnets : 128
Number
of usable subnets : 126
Total
number of host address :131,072
Number
of usable address : 131,070
5.2 Ip Address = 178.100.0.0
-ต้องการแบ่งเป็น 2000 subnet
-มีจำนวน host ที่ใช้งานได้ 15
Address
Class : B
Default
subnet mask : 255.255.0.0
Custom
subnet mask : 255.255.255.224
Total
Number of subnets : 2,048
Number
of usable subnets : 2,046
Total
number of host address : 32
Number
of usable address : 30
5.3 Ip Address = 195.85.8.0
-ต้องการแบ่งเป็น 6 subnet
-มีจำนวน host ที่ใช้งานได้ 30
Address Class : C
Default
subnet mask : 255.255.255.0
Custom
subnet mask : 255.255.255.248
Total
Number of subnets : 32
Number
of usable subnets : 30
Total
number of host address : 8
Number
of usable address : 6
5.4 Ip Address = 148.75.0.0
-ต้องการแบ่งเป็น 1000 subnet
-มีจำนวน host ที่ใช้งานได้ 60
Address Class : B
Default subnet mask : 255.255.0.0
Custom subnet mask : 255.255.255.192
Total Number of subnets : 1,024
Number of usable subnets : 1,022
Total number of host address : 64
Number of usable address : 62
5.5 Ip Address = 192.10.10.0
-ต้องการแบ่งเป็น 14 subnet
-มีจำนวน host ที่ใช้งานได้ 14
Address Class : C
Default subnet mask : 255.255.255.0
Custom subnet mask : 255.255.255.240
Total Number of subnets : 16
Number of usable subnets : 14
Total number of host address : 16
Number of usable address : 14